วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การวัดผลและประเมินผล


การวัดผลและการประเมินผล
การวัดผล (Measurement)
การกำหนดจำนวนหรือค่าต่างๆ ให้กับสิ่งของหรือปรากฏการณ์ใดๆ อย่างมีกฎเกณฑ์ตามที่ได้ตกลงและยอมรับร่วมกัน

การวัดผลการศึกษา ( Educational Measurement )

กระบวนการในการกำหนดหรือหาจำนวน ปริมาณ อันดับ หรือลายละเอียดของคุณลักษณะหรือพฤติกรรมความสามารถของบุคคล ดำเนินการอย่างมีขั้นมีตอนเป็นระเบียบแบบแผนจะทำให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูลที่ จะนำไปบรรยาย บอกจำนวนหรือระดับของสิ่งที่ถูกวัด


การประเมินผล (Evaluation)
การตีค่าหรือกำหนดระดับคุณค่าของผลจากการวัดตามเกณฑ์หรือจุดมุ่งหมายที่กำหนด
การประเมินผลที่เที่ยงธรรมย่อมมาจากการวัดที่ดี

การประเมินผลทางการศึกษา ( Educational Evaluation )
กระบวนการในการตัดสินใจลงสรุปคุณลักษณะหรือพฤติกรรมของนักเรียนว่ามี คุณภาพดีระดับใดโดยอาศัยเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งในการเปรียบเทียบ

การวัดผลและการประเมินผลมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน พอจะแยกให้เห็นได้ ดังนี้






ความสำคัญของการวัดผลและการประเมินผล
การวัดผล (Measurement / Assessment) และการประเมินผล (Evaluation)
เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ของไตรยางค์ การศึกษา (Educational Trilogy)
ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ
วัตถุประสงค์การศึกษา
(EducationalObjectives)
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
(Learning Experiences)
การวัดผลการประเมินผล (Evaluation)
และรู้จักกันโดย ทั่วไปว่า OLE
(O = Objectives; L = Learning experiences; E = Evaluation)
ทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันดังแผนภูมิ







อาจแบ่งความสำคัญได้เป็นข้อๆ ดังนี้
1. ช่วยชี้ให้เห็นว่าการดำเนินงานเหมาะสมเพียงใด
2. ทำให้ทราบว่าการดำเนินงานบรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่
3. ช่วยกระตุ้นให้มีการเร่งรัด ปรับปรุง และการดำเนินงาน
4. ช่วยเห็นข้อบกพร่องในการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนเป็นหลักในการปรับปรุงในการดำเนินงาน
5. ช่วยควบคุมการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
6. เป็นแนวทางในการกำหนดวิธีการในการดำเนินงานครั้งต่อไป



องค์ประกอบของการวัดและประเมินผล
1. ผลการวัด( Measurement) ทำให้ทราบสภาพความจริงของสิ่งที่จะประเมินว่ามีปริมาณเท่าไร มีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อนำข้อมูลไปพิจารณา
2. เกณฑ์การพิจารณา ( criteria) ในการที่จะตัดสินใจหรือลงสรุปสิ่งใดจะต้องมีมาตรฐานสำหรับสิ่งที่จะเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้จากการวัด
3. การตัดสินใจ ( Decision ) เป็นการชี้ขาดหรือสรุปผลการเปรียบเทียบระหว่างผลการวัดกับเกณฑ์ที่กำหนดว่าสอดคล้องกันหรือไม่ การตัดสินใจที่ดีต้องอาศัยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน กระทำอย่างยุติธรรม

มาตราการวัด
การวัดเป็นการกำหนดตัวเลขให้กับสิ่งที่ต้องการศึกษาภายใต้กฎเกณฑ์ที่แน่นอน ผู้วิวัดจำเป็นจะต้องทราบคุณลักษณะของข้อมูลที่ถูกวัด เพื่อใช้ในการพิจารณาว่าจะเลือกใช้วิธีการทางสถิติใดจึงจะเหมาะสม ดังนั้นจึงควรทราบว่าข้อมูลที่ถูกวัดมานั้นอยู่ในมาตราการวัดระดับใด ซึ่งมาตราการวัดแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ
ระดับที่ 1 มาตราการวัดระดับนามบัญญัติ (Nominal Scale)
เป็นระดับที่ใช้จำแนกความแตกต่างของสิ่งที่ต้องการวัดออกเป็นกลุ่ม ๆ โดยใช้ตัวเลข เช่น ตัวแปรเพศ แบ่งออกเป็นกลุ่มเพศชายและกลุ่มเพศหญิง ในการกำหนดตัวเลขอาจจะใช้เลข 1 แทนเพศชาย และเลข 2 แทนเพศหญิง เป็นต้น ตัวเลข 1 หรือ 2 หรือ 3 ที่ใช้แทนกลุ่มต่าง ๆ นั้น ถือเป็นตัวเลขในระดับนามบัญญัติไม่สามารถนำมาบวก ลบ คูณ หาร หรือหาสัดส่วนได้
ระดับที่ 2 มาตราการวัดระดับเรียงอันดับ (Ordinal Scales)
เป็นระดับที่ใช้สำหรับจัดอันดับที่หรือตำแหน่งของสิ่งที่ต้องการวัด ตัวเลขในมาตราการวัดระดับนี้เป็นตัวเลขที่บอกความหมายในลักษณะมาก-น้อย สูง-ต่ำ เก่ง-อ่อน กว่ากัน เช่น การประกวดร้องเพลง นางสาวเขียวได้รางวัลที่ 1 นางสาวชมพูได้รางวัลที่ 2 นางสาวเหลืองได้รางวัลที่ 3 เป็นต้น ตัวเลขอันดับที่แตกต่างกันไม่สามารถบ่งบอกถึงปริมาณความแตกต่างได้ เช่น ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ที่ประกวดร้องเพลงได้รางวัลที่ 1 มีความเก่งมากกว่าผู้ที่ได้รางวัลที่ 2 ในปริมาณเท่าใด ตัวเลขในระดับนี้สามารถนำมาบวกหรือลบ กันได้
ระดับที่ 3 มาตราการวัดระดับช่วง (Interval Scale)
เป็นระดับที่สามารถกำหนดค่าตัวเลขโดยมีช่วงห่างระหว่างตัวเลขเท่า ๆ กัน สามารถนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกันได้ว่าว่ามีปริมาณมากน้อยเท่าใด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกี่เท่าของกันและกัน เพราะมาตราการวัดระดับนี้ไม่มี 0 (ศูนย์) แท้ มีแต่ 0 (ศูนย์) สมมติ เช่น นายวิชัยสอบได้ 0 คะแนน มิได้หมายความว่าเขาไม่มีความรู้ เพียงแต่เขาไม่สามารถทำข้อสอบซึ่งเป็นตัวแทนของความรู้ทั้งหมดได้ เป็นต้น ตัวเลขในระดับนี้สามารถนำมาบวก ลบ คูณ หรือหารกันได้
ระดับที่ 4 มาตราการวัดระดับอัตราส่วน (Ratio Scale)
เป็นระดับที่สามารถกำหนดค่าตัวเลขให้กับสิ่งที่ต้องการวัด มี 0 (ศูนย์) แท้ เช่น น้ำหนัก ความสูง อายุ เป็นต้น ระดับนี้สามารถนำตัวเลขมาบวก ลบ คูณ หาร หรือหาอัตราส่วนกันได้ คือสามารถบอกได้ว่า ถนนสายหนึ่งยาว 50 กิโลเมตร ยาวเป็น 2 เท่าของถนนอีกสายหนึ่งที่ยาวเพียง 25 กิโลเมตร

ดังนั้น ผู้วัดจึงต้องมีความรู้ในเรื่องของมาตราการวัดระดับต่าง ๆ เป็นอย่างดี เพื่อจะได้ทราบว่าผลการวัดนั้นควรใช้มาตราการวัดระดับใด เพื่อประโยชน์ในการเลือกใช้วิธีการทางสถิติให้มีความถูกต้องเหมาะสม

การวัดผล (Measurement) แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1. วัดทางตรง วัดคุณลักษณะที่ต้องการโดยตรง เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ฯลฯ มาตราวัดจะอยู่ในระดับ Ratio Scale
2. วัดทางอ้อม วัดคุณลักษณะที่ต้องการโดยตรงไม่ได้ ต้องวัดโดยผ่านกระบวนการทางสมอง เช่น วัดความรู้ วัดเจตคติ วัดบุคลิกภาพ ฯลฯ มาตราวัดจะอยู่ในระดับ Interval Scale
การวัดทางอ้อมแบ่งออกเป็น 3 ด้านคือ
2.1 ด้านสติปัญญา (Cognitive Domain) เช่น วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วัดเชาวน์ปัญญา วัดความถนัดทางการเรียน วัดความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ
2.2 ด้านความรู้สึก (Affective Domain) เช่น วัดความสนใจ วัดเจตคติ วัดบุคลิกภาพ วัดความวิตกกังวล วัดจริยธรรม ฯลฯ
2.3 ด้านทักษะกลไก (Psychomotor Domain) เช่น การเคลื่อนไหว การปฏิบัติโดยใช้เครื่องมือ ฯลฯ

การประเมินผล (Evaluation) แบ่งได้เป็น 2 ประเภท การประเมินแบบอิงกลุ่มและการประเมินแบบอิงเกณฑ์
1. การประเมินแบบอิงกลุ่ม เป็นการเปรียบเทียบคะแนนจากแบบทดสอบหรือผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับบุคคลอื่น ๆ ที่ได้ทำแบบทดสอบเดียวกันหรือได้ทำงานอย่างเดียวกัน นั่นคือเป็นการใช้เพื่อจำแนกหรือจัดลำดับบุคคลในกลุ่ม การประเมินแบบนี้มักใช้กับการ การประเมินเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ หรือการสอบชิงทุนต่าง ๆ
2. การประเมินแบบอิงเกณฑ์ เป็นการเปรียบเทียบคะแนนจากแบบทดสอบหรือผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับเกณฑ์หรือจุดมุ่งหมายที่ได้กำหนดไว้ เช่น การประเมินระหว่างการเรียนการสอนว่าผู้เรียนได้บรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ได้กำหนดไว้หรือไม่


ข้อแตกต่างระหว่างการประเมินผลแบบอิงกลุ่มและอิงเกณฑ์





โครงสร้างของการวัดผลและประเมินผล
1. การกำหนดจุดมุ่งหมายของการวัดผลและการประเมินผล เป็นขั้นการกำหนดจุดมุ่งหมายของการทดสอบ ว่าต้องการที่จะนำผลจากการทดสอบไปใช้ประโยชน์ในด้านใด ซึ่งจะทำให้ทราบว่าจะต้องทดสอบคุณลักษณะและคุณสมบัติของผู้เรียนด้านใดบ้าง และจะทดสอบด้วยวิธีใด
2.การกำหนดเครื่องมือสำหรับการทดสอบ เป็นขั้นการเลือกใช้เครื่องมือสำหรับการทดสอบให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวัดผลและการประเมินผลตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 การวัดคุณลักษณะหรือคุณสมบัติใดๆของผู้เรียน อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือสำหรับการทดสอบหลายชนิดประกอบกัน
3.การสร้างเครื่องมือสำหรับการทดสอบ เป็นขั้นการสร้างหรือผลิตเครื่องมือและประสิทธิภาพสามารถวัดคุณลักษณะและคุณสมบัติต่างๆ ของผู้เรียนได้ตามที่ต้องการ
4.การดำเนินการทดสอบ เป็นขั้นการได้มาซึ่งข้อมูลที่จำเป็นในการวัดผลและประเมินผล ผู้ดำเนินการสอบจะต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้สอบได้มีโอกาสในการแสดงถึงความรู้ความสามารถจากการทดสอบได้อย่างเต็มที่และเป็นไปอย่างยุติธรรม โดยไม่มีสิ่งใดๆมารบกวน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผลจากการทดสอบเป็นตัวแทนของความรู้ความสามารถของผู้สอบแต่ละคนที่เชื่อถือได้
5.การตีความหมายของคะแนนและการประเมินผล เป็นขั้นสุดท้ายของกระบวนการวัดผลและการประเมินผล เพื่อกำหนดระดับของคุณภาพหรือระดับคุณค่าของความรู้ความสามารถ คุณลักษณะ คุณสมบัติต่างๆ ของผู้เรียน การตีความหมายของคะแนนและการประเมินผลที่ดีจะต้องใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ไปสู่ผู้สอนและผู้เรียน เพื่อหาทางแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงวิธีการเรียนของผู้เรียน และแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงวิธีการสอนของผู้สอนให้เหมาะสม

เครื่องมือวัดและประเมินผล
1. การสังเกต (Observation) การสังเกต คือ การพิจารณาปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อค้นหาความจริงบางประการ โดยอาศัยประสาท สัมผัสของผู้สังเกตโดยตรงรูปแบบของการสังเกต
1. การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรม หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปมีส่วนร่วม หรือคลุกคลีในหมู่ผู้ถูกสังเกต และอาจร่มทำกิจกรรมด้วยกัน

2. การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่ได้เข้าไปร่วมในเหตุการณ์ หมายถึง การสังเกตที่ผู้ถูกสังเกตอยู่ภายนอกวงของผู้ถูกสังเกต คือสังเกตในฐานะเป็นบุคคลภายนอก การสังเกตแบบ นี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
2.1 การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตไม่ได้กำหนดหัวเรื่องเฉพาะเอาไว้
2.2 การสังเกตแบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตกำหนดเรื่องที่จะสังเกตเฉพาะเอาไว้

2. การสัมภาษณ์ (Interview)การสัมภาษณ์ คือ การสนทนาหรือการพูดโต้ตอบกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อค้นหาความรู้ ความจริง ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้ารูปแบบของการสัมภาษณ์
1. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์ที่ไม่ใช่แบบสัมภาษณ์ คือ ไม่จำเป็นต้องใช้ คำถามที่เหมือนกันหมดกับผู้ถูกสัมภาษณ์ทุกคน
2. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์ที่ผู้สัมภาษณ์จะใช้แบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้นไว้แล้ว

3. แบบสอบถาม (Questionnaire)แบบสอบถามเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ทั้งนี้เพราะเป็นวิธีการที่สะดวก และสามารถใช้วัดได้อย่างกว้างขวางรูปแบบของแบบสอบถาม
1. แบบสอบถามชนิดปลายเปิด (Open-ended Form)แบบสอบถามชนิดนี้ไม่ได้กำหนดคำตอบไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ตอบเขียนตอบอย่างอิสระด้วยความคิดของตนเอง แบบสอบถามชนิดนี้ตอบยากและเสียเวลาในการตอบมาก เพราะผู้ตอบจะต้องคิดวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง
2. แบบสอบถามปลายปิด (Closed - ended Form)แบบสอบถามชนิดนี้ประกอบ ด้วย ข้อคำถามและตัวเลือก (คำตอบ) ซึ่งตัวเลือกนี้สร้างขึ้นโดยคาดว่าผู้ตอบ สามารถเลือกตอบ ได้ตามความต้องการ แบบสอบถามชนิดปลายปิด แบ่งเป็น 4 แบบ
2.1 แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) เป็นการสร้างรายการของข้อคำถามที่เกี่ยวหรือสัมพันธ์กับคุณลักษณะของพฤติกรรม แต่ละรายการจะถูกประเมิน หรือชี้ให้ตอบในแง่ใดแง่หนึ่ง เช่น มี - ไม่มี จริง - ไม่จริง
2.2 มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในประเมินการปฏิบัติ กิจกรรม ทักษะต่าง ๆ มีระดับความเข้มให้พิจารณาตั้งแต่ 3 ระดับขึ้นไป เช่น เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
2.3 แบบจัดอันดับ (Rank Order) มักจะให้ผู้ตอบจัดอันดับความสำคัญหรือคุณภาพ โดยให้ผู้ตอบเรียงลำกับตามความเข้มจากมากไปหาน้อย
2.4 แบบเติมคำสั้น ๆ ในช่องว่าง แบบสอบถามลักษณะนี้จะต้องกำหนดขอบเขตจำเพาะเจาะจงลงไป เช่น ปัจจุบันท่านอายุ………………ปี ………….เดือน
4. การจัดอันดับ (Rank Order)เป็นเครื่องมือมือวัดผลให้นักเรียน หรือผู้ได้รับแบบสอบถามเป็นผู้ตอบ โดยการจัดอันดับความสำคัญ หรือจัดอันดับคุณภาพ และใช้จัดอันดับของข้อมูลหรือผลงานต่าง ๆ ของนักเรียนแล้วจึงให้คะแนน ภายหลังเพื่อการประเมิน

5. การประเมินผลจากสภาพจริง (Authentic Assessment) หมายถึง กระบวนการสังเกต การบันทึก และรวบรวมข้อมูลจากงานและวิธีการที่นักเรียนทำ การประเมินผลจากสภาพจริงจะเน้นให้นักเรียนสามารถแก้ปัญหา เป็นผู้ค้นพบและผู้ผลิตความรู้ นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง รวมทั้งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน
ความสำคัญของการประเมินผลจากสภาพจริง
1. การเรียนการสอนและการวัดประเมินผลจากสภาพจริง จะเอื้อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคล
2. เป็นการเอื้อต่อการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
3. เป็นการเน้นให้นักเรียนได้สร้างงาน
4. เป็นการผสมผสานให้กิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินผล
5. เป็นการลดภาระงานซ่อมเสริมของครู

6. การวัดผลภาคปฏิบัติ (Performance Assessment)การวัดผลภาคปฏิบัติ เป็นการวัดผลงานที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งกระบวนการและผลงาน ในสถานการณ์จริง หรือในสถานการณ์จำลอง
สิ่งที่ควรคำนึงในการสอบวัดภาคปฏิบัติคือ
1. ขั้นเตรียมงาน
2. ขั้นปฏิบัติงาน
3. เวลาที่ใช้ในการทำงาน
4. ผลงาน

7. การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงาน (Portfolios) เป็นแนวทางการประเมินผลโดยการรวมข้อมูลที่ครูและผู้เรียนทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน โดยกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดภาคเรียน ดังนั้นการวัดผลและประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงานส่วนหนึ่ง จะเป็นกิจกรรมที่สอดแทรกอยู่ใสภาพการเรียนประจำวัน โดยกิจกรรมที่สอดแทรกเหล่านี้จะวัด เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพชีวิตประจำวัน

หลักการวัดผลการศึกษา
1. ต้องวัดให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน คือ การวัดผลจะเป็นสิ่งตรวจสอบผลจากการสอนของครูว่า นักเรียนเกิดพฤติกรรมตามที่ระบุไว้ในจุดมุ่งหมายการสอนมากน้อยเพียงใด

2. เลือกใช้เครื่องมือวัดที่ดีและเหมาะสม การวัดผลครูต้องพยายามเลือกใช้เครื่องมือวัดที่มีคุณภาพ ใช้เครื่องมือวัดหลาย ๆ อย่าง เพื่อช่วยให้การวัดถูกต้องสมบูรณ์

3. ระวังความคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของการวัด เมื่อจะใช้เครื่องมือชนิดใด ต้องระวังความบกพร่องของเครื่องมือหรือวิธีการวัดของครู

4. ประเมินผลการวัดให้ถูกต้อง เช่น คะแนนที่เกิดจาการสอนครูต้องแปลผลให้ถูกต้องสมเหตุสมผลและมีความยุติธรรม
5. ใช้ผลการวัดให้คุ้มค่า จุดประสงค์สำคัญของการวัดก็คือ เพื่อค้นและพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน ต้องพยายามค้นหาผู้เรียนแต่ละคนว่า เด่น-ด้อยในเรื่องใด และหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขแต่ละคนให้ดีขึ้น


จุดมุ่งหมายของการวัดผลการศึกษา
1. วัดผลเพื่อและพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน หมายถึง การวัดผลเพื่อดูว่านักเรียนบกพร่องหรือไม่เข้าใจในเรื่องใดอย่างไร แล้วครูพยายามอบรมสั่งสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีความเจริญงอกงามตามศักยภาพของนักเรียน
2. วัดผลเพื่อวินิจฉัย หมายถึง การวัดผลเพื่อค้นหาจุดบกพร่องของนักเรียนที่มีปัญหาว่า ยังไม่เกิดการเรียนรู้ตรงจุดใด เพื่อหาทางช่วยเหลือ
3. วัดผลเพื่อจัดอันดับหรือจัดตำแหน่ง หมายถึง การวัดผลเพื่อจัดอันดับความสามารถของนักเรียนในกลุ่มเดียวกันว่าใครเก่งกว่า ใครควรได้อันที่ 1 2
4. วัดผลเพื่อเปรียบเทียบหรือเพื่อทราบพัฒนาการของนักเรียน หมายถึง การวัดผลเพื่อเปรียบเทียบความสามารถของนักเรียนเอง เช่น การทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนแล้วนำผลมาเปรียบเทียบกัน
5. วัดผลเพื่อพยากรณ์ หมายถึง การวัดเพื่อนำผลที่ได้ไปคาดคะเนหรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคต
6. วัดผลเพื่อประเมินผล หมายถึง การวัดเพื่อนำผลที่ได้มาตัดสิน หรือสรุปคุณภาพของการจัดการศึกษาว่ามีประสิทธิภาพสูงหรือต่ำ ควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร







อ้างอิง
www.watpon.com
อนันต์ ศรีโสภา. การวัดและการประเมินผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนา พานิช, 2534.
เกษม สาหร่ายทิพย์. การวัดผลสัมฤทธิ์. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2539
มนสิช สิทธิสมบูรณ์. การวัดและการประเมินผลการเรียน. พิษณุโลก : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2537

18 ความคิดเห็น:

  1. สนใจในประเด็นที่ว่า ในปัจจุบันการวัดการประเมินผลเป็นมีความจำเป็นต่อการเรียนรู้หรือไม่ ซึ่งในความคิดก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เห็นด้วยในส่วนที่ว่า ผู้เรียนได้ทราบถึงตัวเองว่ามีข้อพร่องตรงส่วนไหน และสามารถนำไปแก้ไขเพิ่มเติม แต่ในส่วนที่ไม่เห็นด้วย คือถ้าการประเมินไม่มีความยุติธรรม ประเมินผลโดยการสุ่ม ผู้เรียนบางคนอาจเรียนได้ดี มีความเข้าใจ แต่เกรดออกมาแล้วแย่ มันก็จะทำให้ผู้เรียนเกิดความไม่อยากเรียน ไม่อยากเรียนรู้ เพราะคิดว่าเรียนได้ดีแค่ไหนเกรดที่ได้ก็เป็นการสุ่มเหมือนเดิม บางคนเกรดที่ออกมามันไม่สามารถวัดว่าเรามีความความรู้ความสามารถได้จริง จึงทำให้ผู้เรียนบางคนไม่เห็นด้วยกับการวัดผลประเมินผลในปัจจุบันเท่าไหร่


    เอมาพร หวลหอม (G3)
    ID 50411356

    ตอบลบ
  2. ในความคิดของผม คิดว่าการวัดประเมินผลเป็นสิ่งที่วัดได้ก็จริงว่าเรา
    ได้ความรู้มาแค่ไหนแต่มันก็ไม่เสมอไปหรอก เวลาไปสมัครงานส่วนใหญ่ก็จะดูจากเกรดเฉลี่ยแต่จะรู้ได้ไงว่าเก่งจริงหรือไม่ สมมุติว่ามีคนได้
    เกรด 2.00 ไปสมัครงานการสร้างโปรแกรม แต่คนนั้นเชี่ยวชาญทุก
    เรื่องในการปฏิบัติ แต่ตอนเรียนได้เกรดน้อย กับอีกคนนึงได้เกรด
    4.00 แต่ปฏิบัติเป็นนึดหน่อย ทางบริษัทก็ต้องรับคนที่ได้เกรด 4.00
    เพราะส่วนใหญ่ดูจากเกรด อย่างนี้มันก็ไม่ยุติธรรมใช่มั้ย
    เอาง่ายอย่างผมได้เกรดวิชาภาษาซีได้เกรด C
    แต่ผมเขียนโปรแกรมป้องกันการใช้ เน็ตคัด ได้
    แต่เพื่อนผมอีกคน ได้เกรด A วิชาภาษาซี แต่ปรากฎว่าเขียนไม่ได้เลย
    แค่คำสั่งยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลยต้องมาถามผมว่าทำอย่างไง
    แล้วเพื่อนที่ได้เกรด A มา มาก็เป็นเกรดหลอกลวงนะสิ
    แค่ดูจากเกรดระหว่าง A กะ C บริษัทที่เค้าจะรับเราเข้าทำงานก็ต้องเลือก A ใช่มั้ยละ
    ผมว่าการวัดผลไม่ได้เป็นการวัดที่สมบูรณ์ที่สุด

    พงศ์พิสุทธิ์ ทองสุข 50410663 G1

    ตอบลบ
  3. การวัดผลและการประเมินผล เป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับหารเรียนการสอนเพื่อเป็นการวัดและประเมินความรู้ที่ผู้เรียนได้เรียน ว่าผู้เรียนนั้นบรรลุจุดประสงค์ของการเรียนได้ มากหรือน้อยเท่าไหร่ แล้วดูว่าผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่

    ตอบลบ
  4. สำหรับเรื่องการวัดและประเมินผลคิดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน เพราะมันจะเป็นตัวบอกว่าผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนมากน้อยเพียงไร และเป็นการวัดผลและประเมินวิธีการสอนของตัวครูด้วยว่าวิธีการสอนนั้นๆ มีประสิทธิภาพหรือไม่ เพื่อที่จะได้มีการปรับปรุงการสอนของครูให้ดีขึ้นให้เหมาะสมกับผู้เรียนให้มากที่สุดและทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นประสบความสำเร็จได้ แต่จากที่เห็นผ่านมานั้นการวัดผลและประเมินส่วนใหญ่จะเป็นการทำแบบทดสอบแบบปรนัยซึ่งตัวครูจะเน้นคะแนนในส่วนนี้เป็นหลักไม่ได้ใช้การวัดผลที่หลากหลายวิธี ฉะนั้นในความเห็นส่วนตัวคิดว่าการวัดผลประเมินผลมันไม่น่าจะมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้จึงอาจทำให้การศึกษาของไทยนั้นไม่พัฒนาไปได้ไกลกว่าที่เป็น ด้วยเหตุผลที่ว่าการวัดและประเมินผลนั้นไม่ได้เป็นไปตามความเป็นจริง...........



    นางสาวนัดดา เก๊าทอง
    ID.50411257 (G6)

    ตอบลบ
  5. องค์ประกอบของการวัดและประเมินผล
    1. ผลการวัด( Measurement) ทำให้ทราบสภาพความจริงของสิ่งที่จะประเมินว่ามีปริมาณเท่าไร มีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อนำข้อมูลไปพิจารณา
    2. เกณฑ์การพิจารณา ( criteria) ในการที่จะตัดสินใจหรือลงสรุปสิ่งใดจะต้องมีมาตรฐานสำหรับสิ่งที่จะเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้จากการวัด
    3. การตัดสินใจ ( Decision ) เป็นการชี้ขาดหรือสรุปผลการเปรียบเทียบระหว่างผลการวัดกับเกณฑ์ที่กำหนดว่าสอดคล้องกันหรือไม่ การตัดสินใจที่ดีต้องอาศัยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน กระทำอย่างยุติธรรม

    ตัวผมเองคิดว่าน่าจะมีเพิ่มข้อที่4.ด้วยนะครับ คือ ไม่อคติกับเด็กนักเรียน เพราะ การวัดการประเมินผลของครูผู้สอนจะไม่ยุติธรรมเลยถ้าอาจารย์ผู้สอนคนนั้นมีอคติที่ไม่ได้กับเด็กนักเรียน ค่าของการวัดและประเมินผลจึงอาจออกในด้านลบซะมากกว่าเหตุผลก็เพราะอาจารย์มีอคติกับเด็กนักเรียน



    นายพิษณุ ศิริสวัสดิ์พิพัฒน์
    50410700 G4

    ตอบลบ
  6. ในปัจจุบันการจัดการเรียนรู้ในส่วนใหญ่จะเป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อการวัดผลและประเมินผลไม่ได้เป็นการนำการวัดผลและประเมินผลมาเพื่อประเมินความรู้ของผู้เรียน ซึ่งโดยที่ตัวผู้เรียนจะมีการเรียนรู้เพื่อให้ได้มาซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดี เรียนรู้เพื่อที่จะนำไปวัดผลประเมินผลไม่ได้เรียนรู้เพื่อที่จะได้มาซึ่งความรู้ การวัดผลและประเมินผลความรู้จึงเป็นเหมือนเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เท่านั้น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าสังคนส่วนใหญ่แล้วจะมองคุณภาพของคนที่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ซึ่งทั้งๆที่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาก็ไม่ใช่ทั้งหมดของคุณภาพของคน แต่ทั้งนี่ทั้งนั้นการวัดผลและประเมินผลในการจัดการศึกษาก็เป็นสิ่งที่ขาดได้เลยในการจัดการศึกษาเพราะเป็นสิ่งที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงการเรียนรู้และความก้าวหน้าของผู้เรียนและยังสามารถช่วยผลักดันการสอนให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการอีกด้วย



    นางสาวอัจฉริยา บุญยืน
    ^^รหัส 50411349 G5^^

    ตอบลบ
  7. ความสำคัญของการวัดและการประเมินผล
    ดิฉันคิดว่า...มีความสำคัญทั้งตัวครูและเด็ก เด็กมีความตั้งใจในการเรียนและได้ความรู้มากเพียงใดก็สามารถที่จะทราบได้จากการวัดและประเมินผลโดยที่ครูเองก็จะได้ทราบว่าเด็กมีความรู้ความเข้าใจหรือไม่ และวิธีการสอนที่ครูนำมาสอนใช้กับการสอนนั้นเหมาะสมกับเด็กหรือไม่อย่างไรเพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถในการเรียนรู้แตกต่างกัน ถ้านักเรียนประเมินแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ครูก็จะได้รู้และแก้ปัญหาว่า เด็กหรือครูที่สอนไม่ดีเองหรือเป็นเพราะความสามารถของเด็กในการรับรู้ไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อาจจะเป็นที่สติปัญญา เมื่อมีการวัดและการประเมินผลไว้ตลอดทุกช่วงในการเรียนการสอน เมื่อรู้ปัญหาว่าเด็กทำไม่ได้ก็จะได้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที เด็กจะได้นำความรู้ที่แท้จริงไปต่อยอดได้ ในที่สุดแล้วการวัดและการประเมินผลดีทั้งตัวครและตัวเด็กเอง เพราะเด็กจะได้นำผลของการวัดและการประเมินตรงนี้ไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกเรียนสาขาวิชาต่าง ๆที่ตนถนัดและอาชีพในอนาคตได้

    นางสาวยุพาวดี มหาหิง
    รหัส 50410779 G3

    ตอบลบ
  8. การวัดผลประเมินผลโดยเฉพาะทางการศึกษา
    เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นซึ่งเป็นเครื่องมือชี้วัดว่าเรามีศักยภาพ
    เกี่ยวกับการเรียนวิชานั้นๆ มากน้อยเพียงใด แต่จะตรงหรือไม่ตรง
    ก็ขึ้นอยู่กับคนประเมินหรือตัดเกรดแล้วล่ะ ว่าจะประเมินจาก
    องค์ประกอบอะไรบ้าง

    หลายคนมีประสบการณ์เกี่ยวกับผลที่ออกมาตรงข้ามกับการกระทำ ซึ่งผู้ที่ถูกวัดก็ไม่อาจจะไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักและก็ไม่รู้จะทำแบบไหนดี หลายคนเกิดข้อสงสัยกัน ว่าเอาอะไรมาตัดสิน ทั้งๆที่ผู้ที่ถูกวัดก็รู้ตัวดีอยู่เสมอ ประเมินตนเองอยู่ตลอด

    ฉะนั้น ทุกครั้งที่มีการวัด และการประเมิน ผู้ที่ถูกวัดสมควรที่จะได้รับข้อมูลที่สามารถยืนยัน เป็นลายลักษณ์อักษร ว่าเกรดที่ได้มา มีเหตุผลอย่างไรบ้าง ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน แค่นี้ก็จะทำให้หายข้อข้องใจได้อย่างดีทีเดียวเลยละค่ะ


    นางสาวอลิษา หาดนิล
    ^O^ รหัส 50411332 G5 ^O^ ค่ะ

    ตอบลบ
  9. การวัดและการประเมินผล
    มีความสำคัญมาก ที่จะทำให้ตัวเรารู้ว่า เราทำได้มากแค่ไหน
    เป็นการวัดความรู้ของเราเองด้วย

    แต่ถ้าจะให้เกณฑ์ที่ได้ มีความน่าเชื่อถือ

    การวัดและการประเมินก็ต้องมีคุณภาพจริงๆด้วย

    ตอบลบ
  10. การวัดผลประเมินผลที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการที่ครูผู้สอนนำมาประเมินผู้เรียน เพราะฉะนั้นผู้สอนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทักษะในการเลือกใช้วิธีการ หรือกระบวนการประเมินผลต่างๆ กับผู้เรียนอาจจะใช้หลายๆวิธี เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่เิกิดจากความรู้ความสามารถของผู้เรียนจริงๆ และมีประโยชน์กับผู้เรียนในการนำไปใช้ต่อไป ที่สำคัญควรยึดหลักเกณฑ์การวัดผลประเมินผลที่ถูกต้องด้วย


    นางสาวชุติมา ลัดนอก
    Id 50411240 (G6) ^_^ ...

    ตอบลบ
  11. การวัดและประเมินผล เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งตัวผู้เรียนและตัวผู้สอนด้วย กล่าวคือ ทำให้ทราบว่าผู้เรียนมีคุณภาพตามจุดประสงค์การเรียนรู้ และมาตรฐานการเรียนรู้ หรือไม่ ในด้านของตัวผู้สอน คือ เป็นการสะท้อนถึงประสิทธิภาพการการสอนของครู
    การวัดและประเมินผลทีดีนั้นควรเลือกวิธีการวัดให้สอดคล้องกับเนื้อหา และวัตถุประสงค์ด้วย

    G1นางสาวสุพรรษา สิงห์พุฒ 50410960

    ตอบลบ
  12. จากการที่ฟังเพื่อนรายงาน ผมมีความเห็นในเรื่องการวัดเจตคติ

    การวัดและประเมินผล ในด้านเจตคติ หรือด้านความรู้สึก การวัดด้านนี้ผมว่าไม่ยุติธรรม เพราะอยู่ที่ตัวผู้สอนนั้นเป็นคนวัด ซึ่งบางคนทำดีแต่ถ้าอาจารย์ไม่เห็นก็ไม่มีคะแนน การวัดแบบนี้อาจจะสนับสนุนให้ ผู้ที่อาจไม่เก่งแต่ทำต่อหน้า หรือประจบเก่ง จะได้คะแนนดีไป ซึ่งการวัดแบบนี้ใน 1 วิชา ตามความเห็นของผมนั้นควรไม่น่าเกิน 10% เพราะมันไม่เที่ยงตรง

    G1 นายพลวิชญ์ วัยวุฒิ 50410694

    ตอบลบ
  13. สวัสดีครับ ในเรื่องของการวัดและปรเมินผลนั้นก็เป็นตัวชื้วัดตัวหนึ่งของการเรียนการสอน
    นั้นเองนะครับ ว่าผู้เรียนผ่ายจุดประสงค์ต่างๆที่ตั้งไว้หรือไม่ แต่ผมมองว่าการวัดประเมินผลนั้นเป็นเพียงแค่การวัดที่อาจไม่ได้ผลที่จริงคือนักเรียนอาจจำไปสอบ
    คะเเนนออกมาผ่านจุดประสงค์นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนนั้นมีความรู็้้ความเข้าใจจริงก็ได้
    แต่ยังไงก็ดีแล้วเราจะขาดการวัดผลประเมินผลไปไม่ได้เลยเพราะเราต้องการทราบว่าผู้เรียน
    ได้รับ ได้คิด และตรงตามวัตถุประสงค์ของการเรียนครั้งนั้นหรือไม่
    ในส่วนของพลวิทย์^^^^^^^ด้านบนนะครับ ผมว่าไม่จริงครับเพราะการวักเจตคติดูจากพฤติกรรมต่างๆ ทำไมครูจะไม่รู้ว่าเด็กประจบ
    ถ้าครูเป็นเป็นเช่นนั้นจริงก็ควรพิจารณาตัวเอง เพราะครูควรมีคุณสมบัติ คุณลักษณะที่ดีไม่ใช้หรอครับ

    ตอบลบ
  14. การวัดและการประเมินผล
    ครูควรเลือกใช้หรือตั้งเกณฑ์การประเมินให้เหมาะสมกับเนื้อหา
    ในวิชาที่ตนเองสอน
    ทฤษฎีเน้นความเข้าใจ ความรู้ การนำไปใช้ ปฏิบัติเน้นผลงาน
    ที่สำคัญอย่ามีอคติกับตัวเด็ก อย่ามองแค่ภายนอก เด็กเถียงไม่ใช่ว่าเด็กดื้อ แต่ต้องเถียงในเรื่องของความรู้การเรียนการสอน
    การมีอคติกับตัวผู้เรียน จะทำให้เกณฑ์การประเมินล้มเหลว 100%
    ไอ้คนนี่เถียงครู ทำชิ้นงานออกมาสวย เต็ม10เอาไป5
    ไอ้คนนั้นประจบ ยกย่อง เชิญชู ทำชิ้นงานออกมาห่วย เต็ม10 เอาไป 9
    อย่างนี้เรียกว่าการประเมินโดยใช้เกณฑ์อะไรครับ...

    นายอลงกรณ์ เซนักค้า
    50411028
    จี 4

    ตอบลบ
  15. การวัดผลประเมินผลนั้นดิฉันคิดว่า เป็นเรื่องที่จำเป็นในการวัดผลที่ได้จากการเรียนรู้ของตัวผู้เรียนว่ามีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนมากน้อยเพียงใดและตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอนหรือไม่แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งของการวัดผลประเมินผลนั้นคือ เมื่อมีการทดสอบผู้เรียนโดยการทำข้อสอบ ผู้เรียนอาจใช้วิธีท่องจำเพื่อจะนำเนื้อหาที่ท่องจำมาใช้ตอบคำถามในข้อสอบเท่านั้น ไม่ได้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริงเมื่อผ่านการสอบแล้วผู้เรียนก็จะลืมเนื้อหาเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง ผู้เรียนบางคนอาจจะไม่ได้ท่องจำแต่มีความเข้าใจที่แท้จริงอยู่แล้ว แต่มีน้อยกว่าผู้เรียนที่ท่องจำ ผลการวัดที่ได้ผู้เรียนที่ท่องจำก็อาจจะมีคะแนนการวัดผลที่มากกว่า แต่แท้จริงแล้วนั้นไม่ได้เข้าใจในบทเรียนเลย ส่วนผู้เรียนที่มีความเข้าใจในบทเรียนแต่ไม่ทั้งหมดอาจจะมีคะแนนการทดสอบที่น้อยกว่า ซึ่งในความเป็นจริงนั้น คนที่มีความเข้าใจที่แท้จริงเท่านั้นที่จะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งดิฉนได้งานในรายงานแล้วมีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ การวัดผลภาคปฏิบัติ (Performance Assessment)การวัดผลภาคปฏิบัติ เป็นการวัดผลงานที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งกระบวนการและผลงาน ในสถานการณ์จริง หรือในสถานการณ์จำลอง จากประเด็นนี้จะทำให้ผู้สอนสามารถวัดได้ว่าผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้นั้นไปปฏิบัติได้จริงและมีประสิทธิภาพหรือไม่


    สิริญญา ทิพย์ชาญ G3 ID50410908

    ตอบลบ
  16. การวัดผลประเมินผล

    ในความคิดของผมคิดว่า
    การวัดผลประเมินผลเสมือนเป็นแรงจูงใจให้กับเด็กอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เด็กนั้นได้มีแรงผลักดันหรือแรงขับเคลื่อนในการเรียนการสอนวิชานั้น ๆทำให้กระตือรื้น สนใจ ไขว่คว้าที่จะทำสิ่งนั้น ๆ ขึ้นมา เพื่อที่จะแลกกับเกรดหรือคะแนนนั้น ๆ แต่การวัดผลประเมินผลมันคิดได้ 2 แง่ คือในแง่บวกการวัดผลประเมินผลสามารถเห็นผลลัพธ์หรือคะแนนได้อย่างชัดเจอซึ่งยติธรรมสำหรับเด็กส่วนอีแง่หนึ่งค่อนข้างที่จะอกไปในแนวทางลบคือการวัดผลประเมินผลที่เห็นผลลัพธืหรือคะแนนได้ไม่ชัดเจอก็คือวัดผลประมินจากการประเมินจากสายตาของผู้สอน แต่ตัวนักเรียนไม่สามารถรู้ได้ว่าการวัดผลประเมินผลแบบนี้ผู้ประเมินหรือผู้สอนจะมีความยุติธรรมมากน้อยเพียวใด มิใช่ว่าจรรยาบรรณความเป็นครูจะช่วยได้เลยสักนิด ผู้สอนบางคนดูจากที่ตัวผู้เรียนเช่นมีความประจบสอพอหรือเอาใจเก่ง แต่ส่วนคนที่นิ่งเฉยหรือเรียบร้อยไม่แสดงออกมากหรือแสดงออกอย่างเห็นได้ไม่ชัด ผู้สอนก็จะประเมินได้เพียงแค่เล็กน้อย ยิ่งถ้าตัวครูผู้สอนมีอาการเกิดไม่ชอบตัวผู้เรียนคนใดคนหนึงก็อาจจะประเมินตัวความเหตุผลส่วนตัวขงตัวผ้สอนเอง แต่ความเป็นจิงควรแยกแยะระหว่าเรื่อการเรียนการสอนกับเรื่องส่วนตัว

    50410670 พงษ์ศักดิ์ วิมุติ G6

    ตอบลบ
  17. ทำให้ผมเข้าใจว่าวัด และประเมินเป็นอย่างไรและจากที่ได้คุยกันในห้องก็ได้รับฟังความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับการเรียนเพื่อสอบว่าเด็กไทยส่วนใหญ่ก็ถูกปลูกฝังมาแบบนี้ แต่การเรียนวัดประเมินนั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการจัดการเรียนรู้ที่จะขาดเสียมิได้ ผมหวังว่าเพื่อนๆครูทุกคนคงจะช่วยกันเปลี่ยนแปลงทัศนคติของเด็กที่จะเรียนเพื่อสอบให้เป็นเรียนเพื่อรู้

    อรรถวิชย์ 50411011 G2

    ตอบลบ
  18. เรียนถาม
    การใช้โปรแกรม spss เพื่อวิเคราะห์ค่าสถิติ เทคนิคกลุ่มรู้ชัด
    มีขั้นตอนการวิเคราะห์อย่างไรครับ

    ตอบลบ